M8 เสียบตาข่ายสะใจ

M8

M8 “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ ด้วยความคึกคึกสุดขีดเพราะเพิ่งบุกเอาชนะ บาร์เซโลน่า มา 2-1 ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ นัดนี้ ราฟาเอล เบนิเตซ ส่ง ฮาเบียร์ มาสเคราโน่ กองกลางทีมชาติอาร์เจนตินาลงเล่นเป็นตัวจริงทันที โดยตำแหน่งโกล์นั้น โฆเซ่ เรน่า ได้พักเป็น เจอร์ซี่ ดูเด็ค ที่เฝ้าเสาแทน ส่วนคู่หน้าได้แก่ ปีเตอร์ เคร้าช์ กับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ทางด้านทีมเยือน นีล วอร์น็อค ไม่มี คีธ กิลเลสพี กับ ลีห์ บรอมบี้ ที่ติดโทษแบนพร้อมกัน งานนี้ ดาบคู่ ยังมี ร็อบ ฮัลส์ เป็นกองหน้าตัวความหวังเช่นเคย เจ้าบ้านคุมเกมได้ดีกว่านิดๆ แต่เป็นทีมเยือนที่ทักทายก่อน น.9 จากลูกยิงของ ร็อบ ฮัลส์ จากระยะ 20 หลา แต่บอลโด่งข้ามคานออกไป และเมื่อถึง น.20 ลูกน้องราฟ่าก็ได้ประตูขึ้นนำจนได้เมื่อ ร็อบ ฮัลส์ ไปยกเท้าสูงทำฟาวล์ ปีเตอร์ เคร้าช์ จนหน้าผากแตกในเขตเป็นจุดโทษที่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ลิเวอร์พูล นำ 1-0 หลังจากนั้นอีกแค่ 4 นาทีเจ้าบ้านได้อีก 1 จุดโทษเมื่อ นิค มอนต์โกเมอรี่ เป็นทำฟาวล์ สตีเว่น เจอร์ราร์ด จากด้านหล้ง ฟาวเลอร์ เจ้าเก่ารับหน้าที่ยิงโดยหลอก พาทริก เคนนี่ จนล้มลงก่อนยิงเล่นทางเข้าไปสบายๆ ลิเวอร์พูล นำ 2-0 นีล วอร์น็อค กุนซือเจ้าถิ่นต้องเปลี่ยนแท็กติกทันทีโดยดึงเอา โรเบิร์ต คอซลัค ออก แล้วส่ง โคลิน คาซิม-ริชาร์ดส์ ลงไปแทน โดยก่อนหน้านั้น หงส์แดง ได้เปลี่ยนเอา เดิร์ค เค้าท์ ลงไปแทน ปีเตอร์ เคร้าช์ ที่เจ็บอยู่ก่อนแล้ว เกมเนือยไปพอมสควรโดย ลิเวอร์พูล ครองบอลได้มากกว่า น.39 มาร์ค กอนซาเลซ หลุดไปยิงทางซ้าย แต่ พาทริก เคนนี่ ปัดเอาไว้ได้ด้วยสองมือครบ 45 นาที ลิเวอร์พูล นำ 2-0 ครึ่งหลังทั้ง 2 ทีมไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นเพิ่มเติม โดยเกมในช่วง 5 นาทีหลังเอาบอลมาเขี่ยใหม่สูสีกันมาก น.51 ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นจาก เดิร์ค เค้าท์ ที่หลุดไปดีดบอลแต่ติดตัวไปหน่อย พาทริก เคนนี่ จึงรับไม่ยาก หลังจากนั้น 4 นาที สตีเว่น เจอร์ราร์ด ได้กดลูกถนัดจากระยะ 25 หลาเต็มๆ แต่บอลหลุดกรอบไปนิดเดียว เกือบถึง 1 ชั่วโมง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ M8 พลาดโอกาสทำแฮตทริก เมื่อโหม่งบอลที่ เพนแนนท์ เปิดมาไม่ดี เคนนี่ เลยรับกินไม่ยากต่อมาไม่นาน ร็อบ ฮัลส์ หลุดไปยิงตุงตาข่ายแต่ไม่ได้ประตู เนื่องจากเป็นลูกล้ำหน้าไปซะก่อน ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ เกือบจะทำเม็ดที่ 3 ให้เจ้าบ้านได้เมื่อวิ่งเข้าไปตะบันบอลที่ ฟาวเลอร์ แตะมาให้เต็มๆระยะกว่า 30 หลาบอลพุ่งเฉียดคานออกไปนิดเดียว เจ้าถิ่นมาได้เม็ดที่ 3 จนได้ ใน น.71 จากลูกเตะมุม กองหลังของ เชฟฯยูฯ เคลียร์ไม่ขาด ทำให้ ฮูเปีย ได้ยิงสวนเข้าไประยะประมาณ 10 หลาทางซ้ายบอลพุ่งเบียดเสาแรกเข้าประตูเฉียบขาด ลิเวอร์พูล นำ 3-0 จากนั้นแค่ 2 นาทีประตูที่ 4 ของเจ้าบ้านก็มาเมื่อ ฟาวเลอร์ ตบบอลให้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด หลุดไปยิงนอกเขตโทษด้านขวาบอลพุ่งเสียบตาข่ายสะใจ ลิเวอร์พูล นำขาดลอย 4-0 ดาบคู่ เกือบตีไข่แตกตอนที่เหลืออีก 10 นาทีเมื่อ

โคลิน คาซิม-ริชาร์ดส์ จ่ายให้ ร็อบ ฮัลส์ ชาร์จบอลโดนคานน่าเสียดาย ลิเวอร์พูล M8 ปิดเกมอย่างเหนือชั้นบีบจน เชฟฯยูฯ ทำอะไรไม่ได้เลย ครบ 90 นาทีเจ้าถิ่นชนะสบาย 4-0 เก็บ 3 แต้มเต็มได้ตามคาด โรนัลโด้ ยอดศูนย์หน้าของเอซี มิลาน สโมสรดังในศึกกัลโช่ เซเรีย อา ตั้งเป้าขอสร้างผลงานให้เข้าตา คาร์ลอส ดุงก้า เทรนเนอร์ทีมชาติบราซิล เพื่อจะมีโอกาสร่วมทัพเดินทางไปทำศึกโกปา อเมริกา 2007 ที่ประเทศเวเนซุเอลา ระหว่างวันที่ 26 มิ.ย. – 15 ก.ค. นี้ ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังวัย 30 ปี ไม่ได้สวมชุดเซเลเซา มาตั้งแต่ถูกฝรั่งเศส เขี่ยตกรอบก่อนรองชนะเลิศศึกเวิลด์ คัพ 2006 ที่เยอรมัน เมื่อกลางปีที่แล้ว เริ่มเรียกฟอร์มการสังหารประตูที่ยอดเยี่ยมกลับคืนมา หลังย้ายจาก เรอัล มาดริด มาสู่ มิลาน เมื่อช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะในเดือนมกราคม โดยเพิ่งทำ 2 ประตูในเกมบุกชนะ เซียน่า 4-3 เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว “ผมขอคิดเพียงแค่เป้าหมายระยะสั้นเท่านั้น ผมไม่อยากวางแผนอนาคตให้ไกลเกินไป ผมไม่ได้คิดถึงเวิลด์ คัพ 2010 สิ่งเดียวที่ผมคิดถึงตอนนี้คือการแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงที่มิลาน และยิงประตูให้ได้อย่างต่อเนื่อง และจากนั้นโอกาสกลับสู่ทีมชาติบราซิล ก็จะมาถึง ผมอยากจะได้รับการเรียกตัวจากดุงก้า เพื่อติดทีมชาติ และลงเล่นในศึกโกปา อเมริกา” ซามูเอล เอโต้ กองหน้าตัวฉกาจทีมชาติแคเมอรูน ได้กลับคืนสู่ทีม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า อีกครั้ง หลังจากไม่มีส่วนร่วมในเกมสำคัญ 2 นัดล่าสุดที่ “บาร์ซ่า” พ่าย บาเลนเซีย ในศึก ลา ลีกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา และแพ้ ลิเวอร์พูล ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ด้วยสกอร์ 1-2 เท่ากัน M8 โดยถูกเทรนเนอร์ แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด ใส่ชื่อไว้ ในทีมชุดที่จะเปิดบ้านต้อนรับ แอธเลติก บิลเบา ในวันอาทิตย์ที่ 25 ก.พ. นี้ ก่อนหน้านี้ เอโต้ หายจากเจ็บยาวกว่า 4 เดือนกลับมาลงสนามแล้วในช่วง 5 นาทีสุดท้ายของเกมที่ “บาร์ซ่า” เสมอกับ โอซาซูน่า 0-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา ทว่าหลังจาก นั้นเจ้าตัวกลับบอกต่อ ไรจ์การ์ด ว่าไม่พร้อมจะลงเล่น ทำให้ถูกตัดออกจากทีมในสองเกมดังกล่าว ซึ่งเทรนเนอร์ชาวดัตช์ กล่าวว่า “ซามูเอล บอกผมว่าเขาพร้อมที่จะลงเล่นและนั่นหมายความว่า เขากลับมารู้สึกดีอีกครั้งแล้ว โดยส่วนตัวผมคิดว่าเราน่าจะรอดูจนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้ เขายังจำเป็นต้องใช้เวลาอีกนิดหน่อยเพื่อให้กลับมาสมบูรณ์เต็มที่”