GClub วันนี้

GClub

“แม็คเคิ่ลสฟิลด์ GClub มีเจ้าของทีมเป็นชาวอิรัก และทุกอย่างที่เขาต้องการก็คือสโมสรแห่งนี้จะต้องไม่ตกชั้น ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่ต้องการในสโมสรแห่งนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมต้องทำงานอย่างหนักเพื่อทำให้แน่ใจว่าเราจะอยู่รอดปลอดภัย” อดีตมิดฟิลด์พันธุ์ดุ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ยังฟันธงด้วยว่า มีความลังเลอย่างโจ่งแจ้งที่จะใช้บริการกุนซือผิวดำชาวเมืองผู้ดี ทั้งๆ ที่โค้ชผิวสีชาวต่างชาติอย่าง รุด กุลลิท อดีตนายใหญ่ “สิงห์บลูส์” และ ฌอง ติกาน่า อดีตกุนซือ ฟูแล่ม ต่างก็ได้รับโอกาสทำทีมในลีกสูงสุดของอังกฤษ “มันเป็นเรื่องที่บ้าบอสุดๆ หากเรายังคงต้องมานั่งพูดกันถึงประเด็นเรื่องสีผิวในทุกวันนี้ ประเทศอื่นๆ เขาไปไหนต่อไหนกันแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเราจะยังคงยึดมั่นถือมั่นหัวชนฝาไม่เปลี่ยนแปลง ดูอย่าง ติกาน่า กับ กุลลิท สิ พวกเขาได้คุมทีมใน พรีเมียร์ชิพ ไปแล้ว แต่พวกเขาไม่ใช่คนอังกฤษสักหน่อย เราจำเป็นต้องก้าวต่อไปกันได้แล้ว” อินซ์ ทิ้งท้าย บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกา เมืองเบียร์ ต้องพบกับข่าวไม่สู้ดีนัก เมื่อ โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ กองกลางพลังไดนาโม จำเป็นจะต้องเลื่อนกำหนดหวนคืนสนามของตัวเองออกไปเสียแล้ว หลังอาการบาดเจ็บที่ขาเกิดทรุดลงไปอีกครั้ง ฮาร์กรีฟส์ ซึ่งโชคร้ายขาหัก และต้องพักยาวมาตั้งแต่เมื่อ 4 เดือนก่อน ได้รับแจ้งจากแพทย์ว่า ตัวเขายังไม่สามารถจะกลับมาลงซ้อมอย่างเต็มที่ได้ ระหว่างที่เดินทางไปเก็บตัวร่วมกับสโมสรที่ดูไบ โดยเวลานี้ ดาวเตะทีมชาติอังกฤษ ทำได้เพียงแค่ฝึกซ้อมเบาๆ เท่านั้น ซึ่งก็น่าจะทำให้แผนการคัมแบ็กของเขาต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างแน่นอน นอกจากนี้ การเลื่อนกำหนดคืนสนามดังกล่าวก็ยังจะทำให้ ฮาร์กรีฟส์ ซึ่งกำลังตกเป็นเป้าหมายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้น น่าจะต้องพลาดการแข่งขันอย่างเป็นทางการนัดแรกในปี 2007 ของ บาเยิร์น ซึ่งจะพบกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในวันที่ 26 มกราคม อีกด้วย เชลซีของโชเช่ มูรินโญ่ เปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของแมคเคิลส์ฟิลด์ ของพอล อินซ์ โดยเกมนี้ เจ้าบ้านจัดทัพนักเตะชุดใหญ่ลงสนาม 11 ตัวจริง นำโดยอังเดร เชฟเชนโก้, แฟรงค์ แลมพาร์ด, แอชลี่ย์ โคล และใส่นักเตะดาวรุ่งไว้ที่ม้านั่งสำรองทั้งหมด เริ่มเกม เป็นเชลซีบุกเข้าใส่ทีมเยือนตั้งแต่นาทีแรกตามคาด แต่ในช่วง 15 นาทีแรก ก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับทีมเยือนที่เกมนี้มารับเข้าไปทำประตูได้ จนกระทั่งนาทีที่ 16 เชลซีก็มาได้ประตูออกนำจนได้ เมื่อแฟรงค์ แลมพาร์ด ได้โอกาสจบสกอร์ ส่งบอลผ่านเข้าสู่ก้นตาข่ายให้เจ้าบ้านออกนำไปก่อน 1-0 จากนั้น ก็เป็นเชลซีที่สามารถครองเกมได้เหนือกว่า โดยพยายามเซ็ทเกม เพื่อหาจังหวะยิงประตูเพิ่ม แต่ทอมมี่ ลี นายทวารของทีมเยือน และแผงหลังก็สามารถช่วยสกัดกั้นการทำเกมบุกของเชลซีเอาไว้ได้ เชลซียังคงบุกอย่างต่อเนื่อง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบขาด จนกระทั่งนาทีที่ 40 แฟนบอลในสแตมฟอร์ด บริดจ์ก็ได้เงียบกริบกันทั้งสนาม เมื่อจอห์น เมอร์ฟี่ กองหน้าที่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมนี้ของทีมเยือน GClub จัดการส่งลูกหนังเข้าไปตุงตาข่าย ตีเสมอ 1-1 ให้ทีมจากลีกทูอย่างเหลือเชื่อ แต่ทีมเยือนก็ดีใจได้เพียงสองนาที และก็เป็นแฟรงค์ แลมพาร์ดคนเดิมที่เบิกสกอรืที่สองให้ตัวเอง และให้ทีมขึ้นมานำอีกครั้ง 2-1 ก่อนที่เจ้าบ้านจะเริ่มประคองเกม และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ เริ่มครึ่งหลัง เชลซีเปิดเกมรุกเข้าใส่ต่อทันที และเพียง 5 นาทีแรกของครึ่งหลัง ทอมมี่ ลี นายทวารทีมเยือนก็ต้องมาโดนใบแดงไล่ออก หลังไปทำฟาวล์นักเตะเจ้าบ้านในเขตโทษ ก่อนที่แฟรงค์ แลมพาร์ดจะรับหน้าที่สังหารให้เชลซีไม่พลาดเป็น 3-1 พร้อมกับทำแฮตทริกได้ในเกมนี้ หงส์แดง ลิเวอร์พูลเปิดสนามแอนฟิลด์ ต้อนรับยการมาเยือนของ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล

โดยเกมนี้ เจ้าบ่านส่งเดิร์ค เคาท์ ลงเล่นเป็นกองหน้าร่วมกับปีเตอร์ เคราช์ ขณะที่ทีมเยือนส่งเธียร์รี่ อองรี ลงเล่นคู่กับโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ในตำแหน่ง 11 ตัวจริง เริ่มเกมมาในช่วง 20 นาทีแรก GClub ลิเวอร์พูลพยายามสร้างเกมรุกเข้าใส่อาร์เซนอลก่อน โดยอาศัยจังหวะเซ็ทบอลผ่านเท้าสู่เท้า ขณะที่ทีมเยือนเน้นการตั้งรับให้เหนียวแน่น แต่จนแล้วจนรอด ทั้งสองทีมก็ยังไม่สามารถส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้ นาทีที่ 26 เจ้าบ้านมีจังหวะจบสกอร์แบบจะแจ้งเป็นครั้งแรก เมื่อปีเตอร์ เคราช์ พักอกจากจังหวะเปิดให้ของเจมี่ คาร์ราเกอร์ ก่อนจะสับด้วยขวาจากนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลเหินข้ามคาน นาทีต่อมา ทีมเยือนได้ตอบโต้บ้าง เมื่ออเล็กซานเดอร์ ฮเล็บ ปีกทีมชาติเบลารุสได้จังหวะล็อกบริเวณมุมเขตโทษ ก่อนได้สับด้วยซ้าย แต่กองหลังเจ้าบ้านล้มตัวขวางเอาไว้ได้ เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก ชาบี้ อลอนโซ่ มีโอกาสสับไกจากนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลเฉี่ยวเสาออกไป อย่างไรก็ตาม นาทีถัดมา กลายเป็นทีมเยือนที่มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน เมื่อโทมัส โรซิคกี้ ได้บอลจากบริเวณกลางสนาม ก่อนจะผ่านออกขวาให้ฮเล็บ ก่อนปีกเบลารุสจะผ่านเข้ากลางอีกครั้งให้โรซิคกี้ยิงปั่นจากระยะ 20 หลา บอลลอยข้ามหัวเจอร์ซี่ ดูเด็ค เข้าสู่ก้นตาข่าย ให้ทีมเยือนออกนำ 0-1 นาทีที่ 42 ลิเวอร์พูลมีโอกาสยิงประตูตีเสมอจากฟรีคิกของยอน อาร์เน่ รีเซ่ แต่ลูกยิงของแบ็คนอร์เวย์ โดนโรซิคกี้วิ่งออกมาบล็อกไว้ทัน เข้าสู่ช่วงนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก เจ้าบ้านก็ต้องมาเสียท่าอีกครั้ง เมื่อเธียร์รี่ อองรี ได้บอล ก่อนจะส่งให้โทมัส โรซิคกี้ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวแหวกแนวรับเจ้าบ้าน ก่อนตะบันด้วยขวาจากนอกเขตโทษ บอลพุ่งเข้าเสียบมุมซ้ายมือดูเด็คเป็น 0-2 ก่อนที่ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมจะทำอะไรกันไม่ได้ ทำให้หมดครึ่งแรก ทีมเยือนบุกมานำเจ้าบ้านอยู่ 0-2 เริ่มครึ่งหลังมาในช่วง 5 นาทีแรก ลิเวอร์พูลเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างดุดันทันที โดยหลุยส์ การ์เซีย มีโอกาสยิงสองครั้ง โดยจังหวะแรก เซนเดรอสบล็อกไว้ได้ทัน ขณะที่จังหวะต่อมา มิดฟิลด์ทีมชาติสเปนได้โหม่ง แต่คอนโทรลไม่ดี ออกหลังไปเอง นาทีที่ 56 โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้สับไกให้อาร์เซนอลบ้าง แต่ดูเด็คเซฟว้ได้เยี่ยม ก่อนเจอร์รารืดจะมาช่วยเคลียร์ในจังหวะถัดมา เกมดำเนินมาถึงหนึ่งชั่วโมงของเกม ราฟาแก้เกมด้วยการส่งฟาบิโอ ออเรลิโอ ลงมาแทนยอน อาร์เน่ รีเซ่ แต่อีกสองนาทีต่อมา ฟาน เพอร์ซี่มาได้โอกาสให้ทีมเยือนอีกครั้ง แต่ดูเด็คก็ยังเซฟไว้ได้ ปืนใหญ่เฉียบบุกเสียบหงส์ 1-3 เอฟเอคัพ อย่างไรก็ตาม ในนาทีที่ 71 กองเชียร์เจ้าบ้านก็ได้เฮลั่นสนาม เมื่อเจอร์เมน เพนแนนท์ เปิดจังหวะเตะมุมเข้ามาที่บริเวณหัวกะโหลก ก่อนที่ปีเตอร์ เคร้าช์ จะได้โหม่ง บอลลอยไปกลางประตูในจุดที่เดิร์ค เคาท์ ยืนอยู่พอดี ก่อนกองหน้าดัตช์ จะสะบัดหัวต่ออีกจังหวะ GClub ส่งบอลผ่านมืออัลมูเนีย ที่จะออกมาตะครุบ ให้เจ้าบ้านไล่ขึ้นมาเป็น 1-2 หลังเสียประตู อาร์เซนอลเริ่มออกอาการรน และก็เป็นออเรลิโอที่เกือบยิงประตูตีเสมอ ให้เจ้าบ้านได้ในนาทีที่ 73 เมื่อเขาได้บอลจากเจอร์ราร์ด ก่อนจะยิงแบบไม่จับ บอลพุ่งเฉี่ยวเสาสองไปนิดเดียว เข้าสู่ช่วง 15 นาทีสุดท้าย ทีมเยือนเริ่มบีบเกมให้เจ้าบ้านออกบอลยากขึ้น จนกระทั่งนาทีที่ 84 เธียร์รี่ อองรีก็โชว์ความเหนือชั้น เมื่อได้บอลจากครึ่งสนาม ก่อนจะแตะอ้อมตัวกองหลังเจ้าบ้าน โดยมีคาร์ราเกอร์วิ่งประคองไป แต่จังหวะสุดท้าย คาร์ราเกอร์กลับเสียหลัก ปล่อยให้อองรีวิ่งโฉบ พาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะล็อกบอลเข้ากลางประตู แล้วยิงผ่านมือดูเด็คเข้าไปเป็น 1-3 ช่วงเวลาที่เหลือ ลิเวอร์พูลพยายามบุกหนัก แต่จังหวะสุดท้าย ก็ยังไม่ผ่านแนวรับทีมเยือน ทำให้จบเกม อาร์เซนอลบุกมาเอาชนะลิเวอร์พูลไปได้ 1-3 ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป