แทงพนันบอล ทำเกมได้ดีกว่า

แทงพนันบอล

คาร์ลิ่ง คัพนัดชิงฯฤดูกาลนี้ยังคงทำการแข่งขันกันที่มิลเลนเนี่ยม แทงพนันบอล สเตเดี้ยม,เมืองคาร์ดิฟฟ์ในเวลส์ โดยเป็นการพบกันระหว่าง เชลซี กับ อาร์เซน่อลสองทีมชั้นนำใน ลอนดอน โดยทางเชลซีส่งทีมชุดใหญ่ลงสนามหลังจากที่ได้ตัว จอห์น เทอร์รี่ หายจากบาดเจ็บข้อเท้าในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อกลางสัปดาห์ลงช่วยทีมได้ ส่วนแดนหน้า วาง อังเดร เชฟเชนโก้ คู่ดิดิเยร์ ดรอกบ้า ในขณะที่อาร์เซน่อลส่งเด็กลงสนามเกือบยกชุดโดยมี เฌเรมี่ อาลิยาดิแยร์ ยืนหัวหอกคู่กับ ชูลิโอ บาปติสต้า เริ่มเกมต่างฝ่ายต่างดูเชิงกัน ไม่ค่อยเปิดเกมรุกแต่อาร์เซน่อลมีโอกาสก่อน จากจังหวะที่ เวย์น บริดจ์สกัดบอลทิ้งออกมาเข้าทาง เชส ฟาเบรกาสที่หน้าเขตโทษ จึงยิงสวน เข้าไปทันทีแต่ว่าบอลตรงตัว ปีเตอร์ เชก อาร์เซน่อลเริ่มจะทำเกมได้ดีกว่า น.10 บาปติสต้าได้จังหวะสับไกด้วยขวาที่หน้าเขตโทษ บอลพุ่งจะเสียบเสาสองแต่ว่า เชกพุ่งปัดหลุดกรอบไปได้หวุดหวิด และจากลูกเตะมุมอาร์เซน่อลก็มาได้ประตูออกนำ 1-0 ในน.12 เมื่อ วาสซิลิกี้ ดิยาร์บี้เก็บบอลได้ที่หน้าเขตโทษแล้วแทงทะลุช่องให้ ธีโอ วัลค็อตเกี่ยวบอลหลบแนวรับเชลซี ทะลุเดี้ยวเข้าไปในเขตโทษ ก่อนที่จะเลือกแปบอลหนีมือเชกเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสุดสวย เกมของอาร์เซน่อลดูดีกว่า แต่ว่าเชลซีกลับตีเสมอได้ในน.19 เมื่อ มิชาเอล บัคลัค ตักบอลข้ามแนวรับอาร์เซน่อลไปให้ ดิดิเยร์ ดรอกบ้าหลุดกับดักลำหน้าเดี่ยวเข้าไปดวลกับ มานูเอล อัลมูเนีย แล้วซัดรอดตัวเข้าไปอย่างใจเย็นตีเสมอเป็น 1-1 เกมกลับมาสูสีกัน โดยอาร์เซน่อลยังคงเป็นฝ่ายเดินหน้าเข้าใส่ ส่วนเชลซีรอหาจังหวะโต้กลับ น.37 บริดจ์เติมขึ้นมาจนถึงเส้นหลังทางซ้ายแล้วโยนเข้ากลางให้ เชฟเชนโก้ โขกแต่ว่าบอลเบาเกินไป อัลมูเนียรับสบาย น.40 อาร์เซน่อลได้ฟรีคิก 25 หลายจากการที่ อาลิยาดิแยร์ถูกลาสซาน่า ดิยาร์ร่า ชนล้ม ฟาเบรกาสรับหน้าที่สังหารบอลโค้งข้มกำแพงแต่ตรงตัวเชก ทำให้หมดครึ่งเวลา แรกทั้งคู่ยังเสมอกันอยู่ 1-1 ครึ่งหลังเชลซีมีการปรับเกมรุกกันใหม่ด้วยการส่ง อาร์เยน รอบเบน ลงมาเล่นแทน โคล้ด มาเคเลเล่ เริ่มเกมมาได้สามนาทีอาร์เซน่อลได้ลุ้นก่อน บาปติสต้าแทงทะลุช่องให้ ดิยาร์บี้หลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษทางขวา แต่จังหวะยิงไม่พ้นการออกมาปิดมุมของ เชก น.56 เทอร์รี่ถูกดิยาร์บี้ใช้สตั๊ดเตะเข้าเต็มๆที่ปลายคางในจังหวะจะพุ่งเข้าไปโหม่ง แทงพนันบอล ทำประตูอาร์เซน่อล ทำให้เล่นต่อไม่ได้ต้องส่ง จอห์น โอบี้ มิเกล ลงมาเล่นแทน แล้ว ขยับเอสเซียงลงไปยืนเซนเตอร์ฮาร์ฟแทน น.65 อาร์เซน่อลเปลี่ยนตัวบ้างส่ง เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ลงมาเล่นแทนอาร์กมอง ตราโอเร่ และส่ง อเล็กซานเดอร์ คเลบ ลงมาแทนดิยาร์บี้ เชลซีได้ลุ้นในน.73 เมื่อแลมพาร์ดได้จังหวะสับไกยิงเต็มข้อที่หน้าเขตโทษ บอลพุ่งโค้งตกชนคานกระดอนออกไปอย่างน่าเสียดาย และในนาทีที่ 84 ดิดิเยร์ ดรอกบ้า ก็มีโอกาสทำประตูอีกครั้ง และก็ถือเป็นประตูชัย ส่งให้เชลซีครองแชมป์สมัยที่ 4 ไปได้สำเร็จ วัตฟอร์ด เปิดสนาม วิคาเรจ โร้ด ต้อนรับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน

ทีมที่ “แตนอาละวาด” แทงพนันบอล ไม่เคยเอาชนะได้เลยกว่า 20 ปีมาแล้ว ซึ่งหากได้ผลเสมอเป็นอย่างน้อยก็จะทำให้พวกเขาหนีบ๊วยได้ทันที สภาพทีม เอเดรียน บูธรอยด์ กุนซือเจ้าถิ่นไม่มี เบน ฟอสเตอร์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ที่ได้รับบาดเจ็บ ทำให้ ริชาร์ด ลี ได้ลงเฝ้าเสาแทน เช่นเดียวกับ มัลกี้ แม็คเคย์ ที่ได้ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟแทนที่ แดน ชิตตู ส่วนทีมเยือน เดวิด มอยส์ ตัดสินใจส่งกองหน้า 2 คนลงเล่นพร้อมกันอีกครั้ง หลังจากที่ แอนดี้ จอห์นสัน ฟิตทันช่วยทีม โดยจะยืนคู่กับ เจมส์ บีทตี้ ขณะที่ ทิม เคฮิลล์ พ้นโทษแบนกลับมาแล้วเช่นกัน ทอฟฟี่ เปิดฉากบุกเข้าใส่ก่อน นาทีที่ 8 มิเกล อาร์เตต้า หยอดลูกเตะมุมออกมาหน้าเขตโทษให้ มานูเอล แฟร์นันเดส พักบอลแล้วซัดด้วยซ้ายถากเสาแรกออกไป ถึงนาทีที่ 18 วัตฟอร์ด เกือบมอบประตูให้กับทีมเยือนดื้อๆ เมื่อ ทิม เคฮิลล์ ซัดจากหน้าเขตโทษไปตอย่างไรก็ดี เอฟเวอร์ตัน ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ในนาทีที่ 22 เริ่มจาก อาร์เตต้า ลากบอลลุยเข้ามาถึงหน้าเขตโทษแล้วส่งออกทางซ้ายให้ เคฮิลล์ แปด้วยขวาเน้นๆ ลี รับบอลไม่อยู่ เจย์ เดอเมริต จึงต้องล้มตัวเตะทิ้ง แต่ไปติดเท้า แฟร์นันเดส ที่ชาร์จเข้ามาอีก บอลจึงกลิ้งเข้าไปตุงตาข่าย นาทีที่ 24 ทีมเยือนซึ่งเล่นได้เหนือกว่าก็มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อ “เอเจ” กระชากบอลหลุดเข้าเขตโทษแล้วโดน เอเดรียน มาริอัปป้า กับ มัลกี้ แม็คเคย์ แซนด์วิชล้มลงไป ลี เมสัน ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น “เอเจ” ที่ซัดจุดโทษเข้ากลางประตูเป็น 2-0 เอฟเวอร์ตัน น่าจะได้ลูกที่ 3 อีกในนาทีที่ 28 เมื่อ เจมส์ บีทตี้ โหม่งเช็ดไปให้ เคฮิลล์ หลุดกัปดักล้ำหน้าเข้าไปซัดข้ามตัว ลี แต่บอลก็เชิดข้ามคานไปด้วย นาทีที่ 39 วัตฟอร์ด เพิ่งได้โอกาสงามๆ จากลูกฟรีคิกริมเส้นที่ จอร์แดน สจ็วร์ต เปิดให้ มัลกี้ แม็คเคย์ ย้อนกลับมาโหม่ง แต่ ทิม ฮาวเวิร์ด ปัดออกหลังไปได้ แต่ทอฟฟี่ก็น่าจะได้ลูกที่ 3 อีกครั้งก่อนจบครึ่งแรกนาทีเดียว “เอเจ” ดึงบอลหลบ เดอเมริต ก่อนไหลให้ บีทตี้ วิ่งมาแปโล่งๆ จากระยะแค่ 5 หลา แต่กลับซัดโด่งข้ามคานออกไป จบครึ่งแรก เอฟเวอร์ตัน นำ 2-0 ครึ่งหลัง วัตฟอร์ด ส่ง ลอยด์ ดอยลี่ย์ กับ ทามาส พริสกิ้น แทงพนันบอล ลงมาแทน มัลกี้ แม็คเคย์ กับ ดาริอุส เฮนเดอร์สัน เกมของเจ้าถิ่นดีขึ้น และน่าได้ประตูที่ 2 ในนาทีที่ 57 เมื่อ พริสกิ้น ลองยิงจาก 25 หลา บอลถากเสาออกไปแบบได้ลุ้น นาทีที่ 60 สตีเว่น คับบ้า กระชากบอลขึ้นทางกราบขวา ก่อนเปิดบอลให้ พริสกิ้น พุ่งโหม่งหลุดเสาสองออกไป ถัดมา 2 นาที พริสกิ้น ได้โหม่งลูกเตะมุมอีกครั้ง แต่บอลก็ยังหลุดเสาออกไปอีกเหมือนเดิม รงตัว ริชาร์ด ลี แต่ ลี กลับรับบอลหลุดมือเฉย ดีที่ยังตามกลับไปคว้าเอาไว้ได้ทัน ถัดมา 2 นาที เคฮิลล์ ตักบอลให้ แอนดี้ จอห์นสัน โหม่งเน้นๆ แต่ ลี ปัดข้ามคานออกไปได้