ฮอลิเดย์พาเลซ ที่อาศัยความสามารถเฉพาะตัว

ฮอลิเดย์พาเลซ

“เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า เปิดสนามคัมป์ นูทำศึกบิ๊กแมตช์กับคู่ปรับตลอดกาล ฮอลิเดย์พาเลซ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เกมนี้เจ้าบ้านส่งทั้งลิโอเนล เมสซี่, ซามูแอล เอโต้ และ โรนัลดินโญ่ เป็น 3 ประสานในแดนหน้า ส่วนราชันก็นำทัพมาโดยรุด ฟาน นิสเตลรอย กองหน้าตัวเก่ง เริ่มเกมได้แค่ 5 นาที กองเชียร์ชุดขาวก็ได้เฮกันลั่น เมื่อมาได้ประตูออกนำไปก่อน ในจังหวะที่กอนซาโล่ เคราร์โด้ อิกัวอินเปิดบอลจากกราบซ้ายบอลแฉลบลิลิยอง ตูรามออกมาเข้าทางรุด ฟาน นิสเตลรอย ที่วางแปเท้าด้วยขวาเน้นๆ ส่งบอลเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างเด็ดขาด เรอัล มาดริดนำ 1-0 แต่ทีมเยือนก็ดีใจได้แค่ 5 นาที บาร์ซ่าก็ตามตีเสมอได้อย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่ซามูแอล เอโต้แทงทะลุช่องให้ลิโอเนล เมสซี่หลุดเข้าไปในเขตโทษด้านขวา ก่อนแปด้วยซ้ายส่งบอลหนีมืออีเกร์ กาซียาสเสียบโคนเสาสองเข้าไปอย่างเด็ดขาด เปลี่ยนสกอร์เป็น 1-1 น.12 ทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันอย่างสนุก ก่อนที่ทีมเยือนจะขยับหนีไปอีกครั้ง หลังจากโฆเซ่ มาเรีย กูเตียร์เรซ กูตีโดนโอเลเกร์ เปรซาสหวดล้มในกรอบโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษทันที ก่อนที่ฟาน นิสเตลรอยจะรับอาสาสังหารเข้าไปไม่พลาดและเป็นประตูที่ 2 ของเขาในเกมนี้ แต่บาร์ซ่าก็เกือบตีเสมอได้ทันควัน โดยคราวนี้เป็นเอโต้ที่รับบอลจากเมสซี่ ก่อนหลุดเข้าไปยิงทางด้านซ้ายของกรอบโทษ แต่โดนกาซียาสพุ่งออกมาบล็อกไว้ได้ทัน น.27 เจ้าบ้านก็ตามตีเสมอได้อีกครั้ง จากความยอดเยี่ยมของโรนัลดินโญ่ที่อาศัยความสามารถเฉพาะตัวพาบอลมาจากกราบซ้ายแล้วทำชิ่งเอโต้ ก่อนที่เหยินน้อยจะยิงด้วยขวา กาซียาสปัดไว้ได้ แต่บอลยังกระดอนมาเข้าทางเมสซี่ที่เอี้ยวตัววอลเล่ย์ด้วยซ้ายส่งบอลเสยเพดานตาข่ายเข้าไปอย่างเด็ดขาด ไล่มาเป็น 2-2 น.42 ราชันเกือบได้เพิ่ม เมื่อฟาน นิสเตลรอยลองยิงไกลลักไก่จากระยะเกือบ 35 หลา แต่บัลเดสยังไม่พลาดวิ่งถอยไปคว้าบอลไว้ได้ ถัดมา 2 นาที บาร์ซ่าก็มีลุ้นเหมือนกัน ในชอตที่เดโก้เปิดบอลจากกราบขวาให้อันเดรส อิเนียสต้าสอดเข้ามาแปเต็มๆ แม้กาซียาสจะรับกระฉอกในจังหวะแรก แต่ยังตามตะครุบไว้ได้ในที่สุด ก่อนหมดครึ่งแรกไม่กี่อึดใจ บาร์ซ่าก็ต้องเหลือแค่ 10 คน หลังจากโอเลเกร์มาโดนใบเหลืองที่ 2 หลังไปหวดเฟร์นานโด รูเบน กาโก้อย่างน่าเกลียด จึงโดนใบแดงไล่ออกจากสนามไป หมดครึ่งแรกเสมอกัน 2-2 เริ่มเกมครึ่งหลัง คาสิโนฮอลิเดย์ เป็นทางราชันชุดขาวที่อาศัยความได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นที่มากกว่าเดินเกมบุกตั้งแต่เริ่ม นาทีที่ 46 บาร์ซ่าเปลี่ยน ซิวินโญ่ ลงสนามแทน เอโต้ นาทีที่ 61 มาดริด เปลี่ยนแท็คติกด้วยการส่ง โรบินโญ่ ลงสนามแทน ราอูล กัปตันทีม แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับบาร์ซ่าเข้าไปได้ และแล้วนาทีที่ 73 มาดริดก็มาได้ประตูขึ้นนำเป็น 3-2 จากจังหวะที่ ได้ฟรีคิกทางฝั่งขวา กูตีบรรจงเปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษก่อนจะเป็น เซร์คิโอ รามอส ที่พุ่งโหม่งตุ่งตาข่าย จากนั้น บาร์ซ่า อยู่เฉยไม่ได้เปลี่ยน กุดยอห์นเซ่น ลงสนามแทน ราฟาเอล มาร์เกซ เพื่อเสริมแนวรุกหวังทวงประตูคืน เกมรุกของบาร์ซ่าดีขึ้นเรื่อยๆโดยอาศัยการประสานงานของ โรนัลดินโญ่ และ เมสซี่ ขณะที่เป็น มาดริดที่กลับลงไปตั้งรับเป็นส่วนใหญ่ เกมทำท่าว่าจะจบด้วยสกอร์นี้แต่แล้ว แฟนเจ้าถิ่นก็ได้เฮ เมื่อ โรนัลดินโญ่ ผ่านบอลให้ เมสซี่ กระชากผ่าน เอลเกร่า ก่อนสับไกเต็มข้อบอลพุ่งผ่านมือ กาซียาส เข้าเสาสองอย่างสุดสวย ตีเสมอเป็น 3-3 และเป็น แฮตทริกแรกของเจ้าตัวกับบาร์ซ่า จากนั้นทำอะไรกันไม่ได้หมดเวลาเสมอกันไป 3-3 แบ่งแต้มกันไปอย่างสุดมันส์ เลบันเต้ 0 – บียาร์เรอัล 2 ที่สนามซิวตาต เด บาเลนเซีย เลบันเต้ เปิดบ้านรับการมาเยือนของบียาร์เรอัล เกมนี้เจ้าบ้านยังส่งซัลบาดอร์ บาเยสต้า ซัลบา ยืนค้ำเป็นกองหน้าตัวเป้าเหมือนเดิม ส่วนบียาร์เรอัลก็นำทัพมาโดยคู่หัวหอกยอน

ดาห์ล โทมัสสัน และ ดีเอโก้ ฟอร์ลัน เริ่มเกมได้แค่ 8 นาที ฮอลิเดย์ บียาร์เรอัลก็ออกนำอย่างรวดเร็ว เมื่อมาร์กอส การ์เซีย บาร์เรโน่ไหลบอลออกทางซ้ายมาให้ดีเอโก้ ฟอร์ลัน ที่ตัดสินใจสับไกด้วยขวาจากนอกกรอบ ส่งบอลลอยข้ามหัวโฆเซ่ ฟรานซิสโก้ โมลีน่าเสียบใต้คานเข้าไปอย่างสวยงาม น.12 ทีมเยือนเกือบหนีไปเป็น 2-0 จากฟรีคิกนอกกรอบของโฆเซ่ ฆัวกิน โมเรโน่ เบร์ดู โฆซิโก้ แต่คราวนี้โมลีน่าเซฟไว้ได้ น.21 ขณะที่เลบันเต้ก็เกือบตีเสมอได้เช่นกัน หลังจากมุสตาฟา ริก้า ได้โอกาสสับไกเต็มๆข้อ แต่เซบาสเตียน วิเอร่า นายประตูบียาร์เรอัลป้องกันไว้ได้เช่นกัน ผ่านครึ่งชั่วโมง เจ้าบ้านชวดตีเสมอไปอีกครั้ง เมื่อดาเมียโน่ ตอมมาซี่ลองยิงไกลจากนอกกรอบ วิเอร่าปัดออกมาเข้าทางซัลบาดอร์ บาเยสต้า ซัลบาที่ตามซ้ำดาบสองเข้าไป แต่ไม่ได้ประตู เนื่องจากซัลบาอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปก่อนแล้ว ท้ายครึ่งแรก บียาร์เรอัลมีลุ้นอีกครั้ง หลังจากยอน ดาห์ล โทมัสสันรับบอลจากโฆซิโก้ ก่อนอัดเต็มๆ แต่ก็เข้ามือโมลีน่า หมดครึ่งแรกทีมเยือนนำ 1-0 น.49 ครึ่งหลังบียาร์เรอัลชวดโอกาสได้ประตูที่ 2 เมื่อโทมัสสันไหลบอลคืนให้โฆซิโก้วิ่งเข้ามาอัดเต็มข้อเสียบตาข่าย แต่ไม่ได้ประตู เนื่องจากโทมัสสันไปทำแฮนด์บอลก่อนที่จะจ่ายบอลให้โฆซิโก้นั่นเอง น.55 เลบันเต้มีลุ้นตีเสมออีกครั้ง หลังจากซัลบาจ่ายบอลให้มุสตาฟา ริก้า ซัดจากนอกกรอบ แต่ก็ยังไม่ผ่านมือวิเอร่าตามเคย ต่อด้วยโอกาส 2 ครั้งติดของซัลบา ฮอลิเดย์ออนไลน์ ที่ขึ้นโหม่งลูกเตะมุมของริก้า แต่วิเอร่าก็ป้องกันเอาไว้ได้ทั้งหมด น.71 กลับเป็นทีมเยือนที่มาได้ประตูที่ 2 ตอกย้ำชัยชนะในที่สุด เมื่อมาติอัส เฟร์นานเดซไหลบอลทะลุช่องให้โทมัสสันหลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปแปลอดขาโมลีน่าตุงตาข่าย จบเกมบียาร์เรอัลบุกมาบดชนะเลบันเต้ 2-0 เกมดาร์บี้แมตช์กรุงลอนดอน รอบก่อนรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ระหว่าง เชลซี เปิดสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ รับมือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ โดยเกมนี้ทั้งสองทีมประสบปัญหานักเตะเจ็บพอๆ กัน “สิงโตน้ำเงินคราม” ไม่มี จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีม ส่วนทางฝั่ง “ไก่เดือยทอง” ขาด เจอร์เมน จีนัส, ร็อบบี้ คีน และ พอล โรบินสัน เริ่มเกมขึ้นมาได้เพียงแค่ 5 นาที ไก่เดือยทอง ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว เมื่อ ดีดิเย่ร์ โซโกร่า ลากลุยขึ้นมาถึงหน้าเขตโทษ แล้วจ่ายต่อ อารอน เลนน่อน แทงบอลเข้าเขตโทษให้ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ สอดขึ้นไปกดเต็มเท้าผ่าน ปีเตอร์ เช็ก เข้าไปเต็มๆ จากนั้น สเปอร์ส ใช้จังหวะสวนกลับเล่นงาน เชลซี และน่าจะได้ประตูที่ 2 เพิ่มด้วยซ้ำ จากจังหวะที่ เบอร์บาตอฟ หลุดเข้าเขตโทษฝั่งขวาแล้วบรรจงผ่านเรียดไปหน้าประตูให้ เจอร์เมน เดโฟ แต่ เดโฟ กลับแหย่เท้าสไลด์บอลไม่ถึง ถึงนาทีที่ 22 เชลซี ก็รวบรวมสมาธิกลับมาตีเสมอเป็น 1-1 จนได้ เริ่มจาก อังเดร เชฟเชนโก้ โหม่งบอลตั้งกลับหลังให้ มิชาเอล บัลลัค เติมขึ้นมาซัดด้วยซ้าย แต่ยิงบดกลายเป็นดี เพราะบอลเข้าทาง แฟร้งค์ แลมพาร์ด แหย่เท้าปาดบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไป