สมัครคาสิโน ซลาตันเคยตรวจโด๊ปมากว่า 20 ครั้ง

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช สมัครคาสิโน กองหน้าร่างยักษ์ของ ปารีส แซ็งต์-แชร์กแมง ถูกนายแพทย์ชาวสวีเดนคนหนึ่งกล่าววหาว่าใช้ยาโด๊ปในระหว่างที่ค้าแข้งอยู่กับ ยูเวนตุส ในอิตาลี อูลฟ์ คาร์ลส์สัน นายแพทย์คนดังกล่าวเคยทำงานร่วมกับนักกีฬาสวีเดนในโอลิมปิคส์ แม้ไม่เตยร่วมงานกับ ซลาตัน แต่เขากล่าวในงานสัมมนาแห่งหนึ่งอ้างว่านักเตะรายนี้น่าจะใช้ยาโด๊ปเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อช่วงที่เขาค้าแข้งกับ ยูเวนตุส ในปี 2004-2006 เขากล่าวว่า “ซลาตันใช้เวลาแค่หกเดือนเพิ่มมวลกล้ามเนื้อขึ้นมาสิบกิโลกรัม มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำแบบนั้นในระยะเวลาอันสั้น ผมคิดว่าเขาใช้ยาโด๊ป”

สมัครคาสิโน
Holiday Palace LINE ID : GOALCASINO โทร. 080-6093080 , 080-6093081

ด้านเอเย่นต์ของนักเตะ จีคลับคาสิโน ได้ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้และยืนยันว่าซลาตันเคยตรวจโด๊ปมากว่า 20 ครั้งและผ่านการตรวจมาโดยตลอด เขายังประกาศด้วยว่าจะทำการฟ้องร้องนายแพทย์รายนี้อย่างแน่นอน ศึกฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก คู่บิ๊กแมตช์ในรอบนี้ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มีคิวเปิดสนาม ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่มี เจอร์เกน คล็อปป์ อดีตบอสเก่ารับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน

เริ่มเกม 10 นาทีแรก ถือว่ารูปเกมค่อนข้างสูสีผลัดกันครองบอลช่วงชิงจังหวะเข้าทำ แต่ยังไม่มีทีมไหนหาโอกาสลุ้นจบสกอร์ได้ นาที 15 จังหวะลุ้นแรกของเกม เป็นทางฝั่ง “เสือเหลือง” ได้ทักทายก่อน จุดเริ่มต้นมาจากลูกฟรีคิก กอนซาโล่ คาสโตร เปิดเข้ามา ลิเวอร์พูล สะกัดไม่ดีมาเข้าทาง มาร์โก รอยส์ ได้ลองซัดหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลผิดเหลี่ยมหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาที 21 เป็นทีของ ลิเวอร์พูล บ้างที่หวิดจะได้ประตูออกนำ จากลูกฟรีคิก เจมส์ มิลเนอร์ เปิดเข้ามาถึง เดยัน ลอฟเรน ขึ้นโขกเต็มๆแต่บอลไปตรงตัว โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ รับกระเฉาะและ ลอฟเรน ตามซ้ำแต่ผู้ตัดสินชี้ให้เป็นจังหวะฟาวล์ไปก่อน ผ่านครึ่งชั่วโมงแรก ถือว่ารูปเกมเป็นทางเจ้าถิ่นที่ดูเหนือกว่าอยู่เล็กน้อย แต่ก็ยังทำได้แค่ครองบอลไปมา และหาโอกาสจบสกอร์ได้ค่อนข้างน้อย นาที 36 โอกาสนานๆครั้งของ“หงส์แดง” แต่สุดเฉียบขาด จุดเริ่มต้นมาจากจังหสะโขกชงของ เจมส์ มิลเนอร์ มาให้ ดิว็อค โอริกี้หลุดไปสังหารด้วยขวา บอลไปแฉลบ ลูคัส พิสเซ็ค เล็กน้อยแต่กลายเป็นดีเปลี่ยนทางเข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย ท้ายครึ่งแรก ดอร์ทมุนด์ พยายามโหมบุกหนักเพื่อทวงประตูตีเสมอ แต่จังหวะจบสกอร์แนวรับ ลิเวอร์พูล ยังช่วยกันได้ดี ทำให้จบ 45 นาทีแรก “หงส์แดง” ยังคงเป็นฝ่ายขึ้นนำที่สกอร์ 1-0